Samsung Life ประเทศไทย เดินหน้าชัดเจนกับเป้าหมาย “Top 3” มุ่งยกระดับช่องทางตัวแทนขึ้นสู่ 3 อันดับแรกของตลาด หลังขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 5 ได้สำเร็จ
นายคมกฤษ ลายลักษณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายงานช่องทางตัวแทน ระบุว่า หัวใจของการเติบโตอยู่ที่ “การสร้างคน ความต่อเนื่องของนโยบาย และการให้อำนาจทีมไทยบริหาร” “เราไม่ได้ต้องการเป็นแค่บริษัทเกาหลีในไทย แต่ต้องเป็นบริษัทที่เติบโตด้วยคนไทย”

ปั้นโมเดลตัวแทนจากศูนย์ สู่ 12,000 คน
Samsung Life เริ่มจากตลาดประกันกลุ่ม ก่อนหันมาบุกตลาดรายบุคคลจริงจังในปี 2554 พร้อมวางช่องทางตัวแทนเป็นแกนหลัก ผลลัพธ์คือจำนวนตัวแทนเติบโตจาก 800 คน เป็นกว่า 12,000 คน และ MDRT เพิ่มจากไม่ถึง 10 คน เป็นราว 150 คน ปัจจัยสำคัญคือ “ความต่อเนื่อง” ไม่มีการเปลี่ยนนโยบายหรือโครงสร้างผลตอบแทนบ่อย ทำให้ตัวแทนมั่นใจและเติบโตระยะยาว
ผสานพลังไทย–เกาหลี ภายใต้นโยบาย One Samsung
Samsung Life ขับเคลื่อนองค์กรภายใต้นโยบาย One Samsung ที่มุ่งให้บุคลากรทุกคนในบริษัททำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยผสานความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของทีมงานจากประเทศเกาหลีใต้และประเทศไทย เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และแนวทางการขายให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไทย พร้อมนำเทคโนโลยี ระบบงาน และองค์ความรู้จากบริษัทแม่มาสนับสนุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและคล่องตัวยิ่งขึ้น
3 ยุทธศาสตร์ ดันตัวแทนสู่ Top 3
1. ขยายฐานตัวแทนคุณภาพ เปิดรับทั้งคนรุ่นใหม่และมืออาชีพ เน้นสร้างอาชีพมั่นคง พร้อมพัฒนาผู้นำฝ่ายขายรุ่นใหม่
2. เสริมผลิตภัณฑ์แข่งขันได้ ดันประกันสุขภาพ “C-Ultimate” รองรับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น ช่วยให้ตัวแทนขายได้ง่ายขึ้น
3. ยกระดับการสื่อสาร เร่งส่งข้อมูลจากองค์กรสู่ตัวแทนให้เร็วและตรงกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขาย
โมเดล “ปลูกตัวแทน” สร้างการเติบโตยั่งยืน Samsung Life มองตัวแทนเป็น “พาร์ทเนอร์” โดยการเติบโตต้องมี 3 องค์ประกอบ
• บริษัทที่มีทิศทางชัด
• ระบบผลตอบแทนและผลิตภัณฑ์ที่ดี
• ทีมสนับสนุนที่แข็งแรง

AI มา แต่ตัวแทนยังจำเป็น
แม้ AI จะเปลี่ยนตลาดแรงงาน แต่ Samsung Life มองว่าเป็นโอกาสของอาชีพตัวแทน โดยเฉพาะในบทบาท Financial Advisor “AI ให้ข้อมูลได้ แต่ความไว้วางใจยังต้องใช้คน”
เป้าหมายไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือ “คุณภาพตัวแทน”
Samsung Life วางเกมระยะยาว เน้นสร้างตัวแทนมืออาชีพ ควบคู่ผลิตภัณฑ์และระบบสนับสนุน เป้าหมาย Top 3 จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านยอดขาย แต่คือการสร้างโมเดลช่องทางตัวแทนที่เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคใหม่
นายคมกฤษฝากถึงผู้ที่กำลังเข้าสู่อาชีพตัวแทนประกันชีวิตว่า ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อมองงานนี้เป็น “อาชีพ” และมุ่งพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง โดยมีความรู้เป็นรากฐานสำคัญ
“ยิ่งตอกเสาเข็มได้ลึกเท่าไร ก็ยิ่งสร้างตึกได้สูงเท่านั้น ตัวแทนต้องรู้ลึกในธุรกิจของตนเอง และรู้กว้างทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสถานการณ์รอบตัว เพื่อให้สามารถพูดคุย เข้าใจ และให้คำปรึกษาลูกค้าได้อย่างรอบด้าน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความเป็นมืออาชีพและความไว้วางใจ คือสิ่งที่จะทำให้อาชีพนี้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”


