สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ จับมือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดนิทรรศการ “ชุดไทยพระราชนิยม” ณ หอสุพรรณ–พัสตร์ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากนิทรรศการ “La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านพัสตรศิลป์ไทยของประเทศ และเตรียมผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโก

สืบสานพระราชปณิธาน สร้างศูนย์กลางองค์ความรู้พัสตรศิลป์ไทย : ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ SACIT กล่าวว่า การจัดนิทรรศการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระราชทาน “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นชุดประจำชาติของสตรีไทย อันเป็นรากฐานสำคัญของการอนุรักษ์และพัฒนาพัสตรศิลป์ไทยจนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ภายในนิทรรศการรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับ ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ได้แก่ จักรพรรดิ จักรี จิตรลดา ดุสิต บรมพิมาน เรือนต้น ศิวาลัย และอมรินทร์ ถ่ายทอดผ่านการจัดแสดงร่วมสมัยที่ผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ นักออกแบบ และชาวต่างชาติ สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผืนผ้า งานปัก เครื่องประดับ และภูมิปัญญาช่างฝีมือไทยได้อย่างครบถ้วน

ต่อยอดจากปารีส สู่ Soft Power และ Thailand Branding : SACIT มองว่า ชุดไทยพระราชนิยม ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย แต่คือทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก ความสำเร็จของนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส ที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมทั่วโลก สะท้อนศักยภาพของพัสตรศิลป์ไทยในฐานะ Soft Power ที่สามารถเชื่อมโยงวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

สร้างรายได้สู่ชุมชน ผ่านการใช้ชุดไทยในชีวิตประจำวัน : ผู้อำนวยการ SACIT กล่าวว่า การส่งเสริมการสวมใส่ชุดไทยพระราชนิยมให้แพร่หลายมากขึ้น จะช่วยกระตุ้นความต้องการผ้าไทย งานปัก เครื่องประดับ และงานหัตถศิลป์ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และกระจายเม็ดเงินสู่ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และชุมชนทั่วประเทศ เป้าหมายสำคัญ คือ การผลักดันให้ ผ้าไทยและพัสตรศิลป์ไทย กลายเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของ Thailand Branding ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

อว. หนุนงานวิจัย สร้างฐานข้อมูลมาตรฐานระดับประเทศ : ด้าน ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจำเป็นต้องควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้เชิงวิชาการอย่างเป็นระบบ กระทรวง อว. จึงร่วมมือกับ SACIT และสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการศึกษาวิจัย จัดทำชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ พร้อมจัดทำ Handbook, E-book, วิดีทัศน์ และฐานข้อมูลดิจิทัล เพื่อเผยแพร่ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นแหล่งอ้างอิงมาตรฐานทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เดินหน้าสู่ยูเนสโก เชิญคนไทยร่วมสวมใส่ชุดไทย : SACIT และภาคีเครือข่ายอยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลด้านวิชาการ งานวิจัย และหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อสนับสนุนการเสนอ “ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโก พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสวมใส่ชุดไทยในชีวิตประจำวัน และเผยแพร่ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสร้าง Social Practice ให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย อันจะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันชุดไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ โดยสามารถร่วมรณรงค์ผ่านแฮชแท็ก #ชุดไทยพระราชนิยม #SACIT #CHUDTHAI #RoyalThaiDress เพื่อร่วมกันเผยแพร่เสน่ห์และคุณค่าของพัสตรศิลป์ไทยสู่สายตาชาวโลก



