บทความ บทสัมภาษณ์

“เต้ มงคลกิตติ์” ยื่น ปปง. ตรวจสอบเส้นทางเงิน PHB Auto Import จี้เช็กผู้ถือหุ้น–ราคานำเข้า

“เต้ มงคลกิตติ์” ยื่น ปปง. ตรวจสอบเส้นทางเงิน PHB Auto Import จี้เช็กโครงสร้างผู้ถือหุ้น–ราคาสำแดงรถนำเข้า ประสานกรมศุลกากรตรวจสอบภาษี

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้” ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้จดแจ้งจัดตั้งพรรคก้าวล้ำ ยื่นหนังสือต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขอให้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของบริษัท PHB Auto Import รวมถึงแหล่งที่มาของเงินทุน การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและผู้บริหาร ตลอดจนข้อสงสัยเกี่ยวกับการสำแดงราคารถยนต์นำเข้า โดยเสนอให้ประสานกรมศุลกากรตรวจสอบเอกสารนำเข้าและการชำระภาษี ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและข้อสงสัยดังกล่าวยังต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“เต้ มงคลกิตติ์” ยื่น ปปง. ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน PHB Auto Import

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้จดแจ้งจัดตั้งพรรคก้าวล้ำ ยื่นหนังสือต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขอให้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของบริษัท PHB Auto Import ซึ่งประกอบธุรกิจนำเข้ารถยนต์ หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุน การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและผู้บริหาร รวมถึงการสำแดงราคารถยนต์นำเข้าที่อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

นายมงคลกิตติ์ระบุว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งเส้นทางการเงิน ความเชื่อมโยงทางธุรกิจของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และเอกสารประกอบธุรกรรม เพื่อให้ข้อสงสัยต่าง ๆ ได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการทางกฎหมาย

ขอสอบข้อเท็จจริงกรณี “สามารถ กอนทอง” และการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร

ประเด็นหนึ่งที่นายมงคลกิตติ์เสนอให้ตรวจสอบ คือ บทบาทและความเชื่อมโยงทางธุรกิจของนายสามารถ กอนทอง หรือ “เอ็ดเวิร์ด” ซึ่งต้นเรื่องระบุว่าเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในฐานะพยานคดีสินบนทองคำ 246 บาท ที่เกี่ยวข้องกับกรณีของ “บิ๊กโจ๊ก” โดยขอให้ ปปง. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบทบาทของบุคคลดังกล่าว ความเกี่ยวข้องกับบริษัท PHB Auto Import และธุรกรรมทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงกัน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับนายนิมิตร ขันตี ซึ่งต้นเรื่องระบุว่าเป็นอดีตผู้บริหารบริษัท โดยนายมงคลกิตติ์ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินธุรกรรมแทนกัน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและผู้บริหารเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่านายสามารถเข้าซื้อหุ้นและเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารต่อจากนายนิมิตร

นายมงคลกิตติ์เสนอให้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวกับเอกสารจดทะเบียนบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น และหลักฐานทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงลำดับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัทและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธุรกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัทตามที่กล่าวถึงข้างต้น เป็นประเด็นที่ผู้ร้องขอให้ตรวจสอบ มิใช่ข้อสรุปว่าบุคคลหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกระทำผิดแล้ว

จี้ตรวจสอบราคาสำแดงรถยนต์นำเข้า–การชำระภาษี

อีกประเด็นสำคัญที่นายมงคลกิตติ์ต้องการให้ตรวจสอบ คือ การสำแดงราคารถยนต์นำเข้าของบริษัท PHB Auto Import โดยเสนอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินประสานกรมศุลกากร เพื่อตรวจสอบเอกสารนำเข้า ราคาซื้อขาย และหลักฐานการชำระภาษีว่าเป็นไปตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่

การตรวจสอบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อพิจารณาว่า มีการสำแดงราคาสินค้าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือมีพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ ควบคู่กับการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนและเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน หากพบพยานหลักฐานว่ามีการกระทำผิด นายมงคลกิตติ์ขอให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การสำแดงราคานำเข้าและการชำระภาษีจะเข้าข่ายกระทำผิดหรือไม่นั้น จำเป็นต้องพิจารณาจากเอกสาร หลักฐาน และผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยยังไม่ควรสรุปว่าบริษัทหรือบุคคลใดกระทำผิดก่อนมีข้อเท็จจริงยืนยัน

“เงินทุกบาทต้องมีที่มา” ขอให้ตรวจสอบอย่างละเอียด

นายมงคลกิตติ์กล่าวถึงเหตุผลในการยื่นหนังสือร้องเรียนครั้งนี้ว่า

“วันนี้ผมมายื่นเรื่องต่อ ปปง. เพราะต้องการให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัท PHB Auto Import อย่างละเอียด เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดูว่าใครเป็นผู้ถือหุ้น หรือใครนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร แต่ต้องตรวจสอบให้ลึกไปถึงที่มาของเงินทุน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท และธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เงินทุกบาทต้องมีที่มา และทุกธุรกรรมต้องมีคำตอบ อย่าตรวจสอบเพียงผิวเผินแล้วปล่อยให้ข้อสงสัยจบลงโดยไม่มีคำตอบ”

นายมงคลกิตติ์ยังระบุว่า หลังจากยื่นหนังสือแล้ว ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจะพิจารณาตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินในประเด็นใดบ้าง และจะประสานกรมศุลกากรเพื่อตรวจสอบเอกสารนำเข้า ราคาซื้อขาย และการชำระภาษีตามข้อเสนอของผู้ร้องหรือไม่

หวั่นกระทบการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม

นายมงคลกิตติ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องการเห็นการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังวลว่าผู้ประกอบการบางรายอาจได้รับความได้เปรียบจากการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริตและแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกัน

“ผมไม่อยากเห็นการดำเนินธุรกิจที่ไม่โปร่งใสกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม เพราะหากมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องจริง แล้วไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง ก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างสุจริตและแข่งขันกันภายใต้กติกาเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังวลว่าผู้ประกอบการบางรายอาจได้เปรียบจากการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เพราะท้ายที่สุดแล้ว การทำธุรกิจต้องอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบต่อสังคม หากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากไม่มีความผิด ก็ต้องทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม” นายมงคลกิตติ์กล่าว

ประเด็นดังกล่าวจึงต้องติดตามผลการพิจารณาของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมศุลกากร หากมีการรับเรื่องและดำเนินการตรวจสอบ รวมถึงข้อเท็จจริงจากเอกสารทางการเงิน เอกสารจดทะเบียนบริษัท และหลักฐานการนำเข้า ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาว่าข้อสงสัยที่ผู้ร้องยกขึ้นมามีมูลหรือไม่

หมายเหตุ: เนื้อหาข่าวนี้เป็นการรายงานข้อร้องเรียนและข้อเสนอให้ตรวจสอบตามข้อมูลที่ได้รับ ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าบริษัท PHB Auto Import หรือนายสามารถ กอนทอง นายนิมิตร ขันตี หรือบุคคลใดกระทำผิดกฎหมายแล้ว ผู้เกี่ยวข้องยังมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริง และควรยึดผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจเป็นสำคัญ

Kitdeenews

Kitdeenews

About Author

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *